การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในระบบเตือนภัยทางระบาดวิทยา(VEP-Alert)

พงษ์ศักดิ์ บุญทัด นวก.ชำนาญการ* , อรวรรณ อุ่นน้อย พ.วิชาชีพชำนาญการ** ,ธนสิทธิ์ ภู่ขาว จพง.ชำนาญงาน*** กมลวรรณ สนามทอง นวก.ชำนาญการ****,

*โรงพยาบาลพัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี **โรงพยาบาลพัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ***สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ****สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ความสำคัญ : ปัจจุบันมีโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ในระบบระวังเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาจึงต้องการความรวดเร็ว และครอบคลุม ในการรายงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการเฝ้าระวังและควบคุมโรค จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลพัฒนานิคมได้พบปัญหาเรื่อง ๑.ความเร็วในการรายงานผู้ป่วยไปยัง รพ.สต. ( เฉลี่ย ๖ ช.ม. ) ๒.ความครอบคลุมในการรายงานโรคที่ต้องเฝ้าระวังเร่งด่วน (๘๕%) ๓.ความซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูล และ ๔.การวิเคราะห์ข้อมูลมีหลายขั้นตอน ทางโรงพยาบาลพัฒนานิคมจึงนำระบบ IT มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่จึงได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการแจ้งเตือนข้อมูลทางการเกิดโรคที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา และ ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้สามารถสนับสนุนระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ ความเร็ว ความครอบคลุมในการรายงาน การลดขั้นตอนการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายในการรายงาน ก่อนและหลังการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบแจ้งเตือน โดยใช้ค่าเฉลี่ย และร้อยละในการเปรียบเทียบ โปรแกรมแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ๑.การตรวจจับข้อมูลจากวินิจฉัย ๒.การแจ้ง/รับ/ส่งSMS ๓.การวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการศึกษา : จากผลการดำเนินงานพบว่า ความเร็วในการรายงานรวมทุกขั้นตอนในวันทำการจากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ ๖ ช.ม. มีความเร็วเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย ๒๐ นาที ความครอบคลุมของการรายงานก่อนใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ๘๐ % หลังใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ความครอบคลุม เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐ % ในส่วนของขั้นตอนการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน คือ ๑.การค้นหาผู้ป่วย ๒.การบันทึกรายละเอียดผู้ป่วย ๓.ตรวจสอบข้อมูล ๔.โทรศัพท์แจ้งไปรพ.สต. ๕.เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บันทึกรายละเอียดเมื่อรับแจ้ง สามารถลดขั้นตอนการดำเนินงานลงเหลือเพียง ๑ ขั้นตอน คือขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูล ค่าใช้จ่ายในการรายงานลดลงจากเดิม ๒๕ % การวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์โรคทำได้รวดเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย ๔ ช.ม. เป็น ๑๐ นาที

สรุปและวิจารณ์ : ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยานับว่าประสบความสำเร็จในการดำเนินงานสามารถเพิ่มความเร็วในการรายงานและลดขั้นตอนได้จริงแต่ยังมีปัญหาความถูกของข้อมูลที่อยู่ของผู้ป่วยซึ่งมีผลกับความเร็วในการออกไปควบคุมโรคโดยตรง

ข้อเสนอแนะ : การตรวจจับข้อมูลเพื่อรายงานไปรพ.สต.ยังเป็นการตรวจจับรายบุคคล ซึ่งอาจยังไม่ครอบคลุมกรณีที่มีการเกิดในลักษณะกลุ่ม เช่น อาหารเป็นพิษ เกิน ๒ รายในชุมชนเดียวกัน หรือ เกินค่า Median ระบบที่พัฒนาต้องใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้นทุกสถานบริการต้องสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้และมีการบริหารจัดการที่ดี